สำหรับตอนที่ 3 นี้ผมจะพาไปเที่ยวเกาะแห่งความรัก ครับ นั้นก็คือเกาะนามิครับ เกาะนี้ผมว่าถ้าไม่มีการไปถ่ายทำละครที่นี้ พวกเราคงไม่รู้จักกันแน่ๆครับ คนไทยส่วนมาก ผมว่า 99.99 % เลยแหละครับที่มาเกาหลี แล้วยังไงต้องมาเกาะนามิให้ได้ อิอิ.....ผมก็เป็นหนึ่งใน 99.99 % นั้นเหมือนกัน ไหนๆมาถึงเกาหลีแล้ว ก็ต้องไปซักหน่อย พวกผมจึงวางแผนออกจากที่พักแต่เช้าหน่อย เพราะต้องเดินทางไกล และเส้นทางก็ไม่ค่อยแน่ใจซักเท่าไร ออกจากที่พักประมาณ 7 โมงเช้า มาหาอะไรทานแบบง่ายๆ ครับ ข้างทางนี้แหละครับ สะดวกสุด.....อิอิ
 
ร้านนี้อยู่ตรงทางลงรถไฟฟ้าใต้ดินครับ ออกจากที่พักก็เจอเลยครับ......
 
เมนู ไม่รู้มีอะไรบ้าง แต่ผมเล่นชี้ เอาไอ้เนี๊ยแหละครับ ขนมปัง แล้วมีคล้ายๆไข่เจียว แล้วตามด้วย กาแฟ 
 
       อาหารเช้าวันนี้ รวมแล้ว 10,000 Won ครับ หารแล้วต่อคนก็ 2,500 Won ครับ ไม่แพงครับ ความอร่อยก็พอได้ครับ .......
 
        เมื่อท้องอิ่ม เราก็เดินทางกันต่อได้ครับ โดยใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินครับ นั่งอยู่ประมาณชั่วโมง เห็นจะได้ มันก็ออกมาวิ่งบนดินซะงั้น.....อิอิ.....แล้วก็มาเปลี่ยนรถไฟกัน เพื่อจะไปยังสถานี Gapyeong ครับ
 
สำหรับคนที่ไม่เคยไปเกาหลีเลยนั้น ขอบอกครับว่าเดินทางง่ายมากเลยครับ ถ้าเรารู้ว่าจะไปสถานีไหนนะครับ
 
          แต่พวกผมกะเวลาพลาดนิดหน่อยครับ เพราะมาถึงสถานีก่อนจะไปต่อรถไฟเพื่อไป Gapyeong นั้นรถไฟออกไปพอดี และต้องรอเกือบชั่วโมงเลยครับ
 
ระหว่างนั่งรอ มีรถไฟผ่านมาหลายขบวน แต่ไม่ใช้ขบวนของพวกเรางะ.....
 
            หลังจากนั่งรอมาเกือบชั่วโมง ก็ได้เดินทางมาถึงครับ สถานี Gapyeong ด้วยความที่โดนรอที่สถานี ก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ไม่อยากรอนานแล้วครับ เลยหาตารางเวลารถไฟก่อนเลยครับ จะได้กะเวลาถูกครับ...
 
ด้านหน้าสถานี Gapyeong ครับ วันนี้อากาศดีมากๆ เลยครับ....
 
          เพื่อที่จะไปยังท่าเรือ ต้องนั่ง Taxi ไปครับ ซึ่ง Taxi เค้าจะจอดรออยู่ด้านหน้าสถานีเลยครับ ค่ารถก็ตาม มิตเตอร์ครับ พวกผมจ่ายไป 2,800 Won ครับ
 
ทางเข้ายังมีธงชาติไทยอยู่ด้วยเลยนะครับเนี๊ย.......
 
          เมื่อมาถึงเราหาที่ซื้อตั๋วกันก่อนครับ ค่าตั๋วเรือ Ferry ไป กลับ เกาะนามิ คนละ 8,000 Won ครับ
 
ตั๋วเรือ ไป กลับ เกาะนามิ ครับ
 
บนเรือจะมีธงชาติของหลายๆ ชาติเลยครับ พี่ไทยเราก็มีครับ.......
 
        เมื่อถึงเกาะครับ จะเห็นผู้คนครับ มากมายเลยครับ แต่คนที่นี้เค้ามีระเบียบมากครับ ขึ้นลง เรือไม่มีวิ่งแย่งกันเลยครับ ผิดกับที่จีน ที่ผมไปมาเลยครับ.......
 
ประตูที่ต้อนรับผู้คนเข้าเกาะนามิครับ
 
เรามาดูแผนที่บนเกาะกันหน่อยดีกว่าครับ จะได้ไม่หลง.....อิอิ
 
           ช่วงที่ผมไปนั้นมีใบไม้เปลี่ยนสีแล้วบ้างครับ แต่ไม่มากครับ เค้าว่าต้องสักประมาณกลางเดือน ตค. ถึงปลายเดือน ตค. ประมาณนั้นครับถึงจะเปลี่ยนสีทั้งหมดครับ
 
 
                เกาะนามินี้ เค้าว่าเป็นเกาะแห่งความรัก เกาะแห่งคู่รัก ก็น่าจะจริงนะครับ เพราะเค้าจัดบรรยากาศเอาไว้สำหรับคู่รักจริงๆเลย
 
ขนาดถึงขยะยังมีความรัก....
 
เศษใบไม้บนพื่นเค้ายังกวาดเป็นรูปหัวใจเลย........
 
ไม่มีหิมะตก แต่ก็ยังมีเจ้านี้อยู่บนโต๊ะครับ......
 
          เมื่อไปเกาะนามิทุกคนคงต้องมองหามุมมหาชนกันละซิครับ ใช้แล้วครับ ทิวสน ครับ.....ผมก็ตามหาเหมือนกันครับ จนเจอแล้วครับ....
 
 
 
 
            บนเกาะนามินี้นอกจากทิวต้นไม้ที่สวยงามแล้ว ยังมีการจัดตกแต่งด้วย หิน ไม้ เอาไว้ค่อยข้างสวยงามด้วยครับ งานนี้ถ่ายรูปกันเพลินไปเลยครับ
 
 
 
และมีอกีอย่างที่ต้องตามหาบนเกาะแหง่นี้ครับ รูปปั้นของคนสองคนครับ ยืนกอดกันอยู่ได้ ไม่อายใครเลย.....อิอิ
 
 
             เมื่อตามหาทุกอย่างจนครบแล้ว ท้องก็เริ่มร้องอีกแล้วครับ ก็เลยว่าหาอะไรทานบนเกาะนี้เลยละกัน สำหรับร้านอาหารบนเกาะนั้นก็มีมากมายหลายร้านนะครับ ผมเลือกร้านที่เป็นเกาหลีๆ หน่อยครับ แล้วเลือกร้านที่มีข้าวครับ จะได้อิ่มสักหน่อย.....อิอิ....ร้านนี้พอสั่งข้าวเสร็จเค้าจะให้กล่องเหล็กมา พร้อมฝาปิดเรียบร้อย และถุงมือกันความร้อน เพราะกล่องเหล็กนั้นร้อนครับเค้าเอาข้าว และไข่ดาว ใส่ในกล่อง แล้วอาจจะเอาไปเข้าเตาทั้งกล่องเลยประมาณนั้น มันเลยร้อนอย่างนี้ ผมก็ใส่ถุงมือแล้วเปิดออกมา จะทานละ ก็มีผู้หญิงเกาหลีคนนึงเข้ามาถามว่า ไม่เคยมาเกาหลีใช้ไหม แล้วเค้าก็บอกว่าข้าวนี้มีวิธีการทาน ก่อนทานต้องออกกำลังแขนก่อน เค้าให้ปิดฝากล่องดังเดิม แล้วใส่ถุงมือ แล้วก็เขย่ากล่องครับ แล้วค่อยเปิดมาทาน 
              Q : แล้วจะเขย่านานเท่าไรละครับ ถึงจะเปิดทานได้...
              A  : ก็จนคุณรู้สึกว่าเมื้อย หรือว่าหิวนะครับ ไม่มีหลักอะไร.....อิอิ...
 
นายแบบมาเขย่าให้ดูครับ....
 
เมื่อเปิดมาภายในมันจะผสมกันแบบนี้ครับ.......
 
ส่วนเจ้านี้คล้ายๆ ไข่เจียว แต่ก็ไม่ใช้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน.......อร่อยดี....
 
เมื่ออิ่มเราก็ลงเรือกลับเข้าฝั่งครับ...
 
            และแล้วเราก็ลาเกาะนามิกลับเข้าสู่กรุงโซลครับ เพื่อไปเที่ยวชม หอระฆัง ครับ....เราไปถึงมันสายไปเสียแล้ว..เค้าปิดแล้วครับเลยเข้าไปชมด้านในไม่ได้ ได้แต่ถ่ายรู้ด้านนอกมาครับ
 
 
               ใกล้ๆกับหอระฆังนั้นสามารถมองเห็นตึกสวยๆ นี้ได้ครับ
 
 
                     แล้วเราก็เดินต่อไปอีกนิดนึง จะมีสวนให้เราเข้าชมครับ ไม่มีเก็บค่าผ่านประตูแต่อย่างใดครับ ภายในก็ไม่มีอะไรมาก แต่พวกเราจะไปดูคือ เป็นคล้ายๆเจดีสมัยเก่าแก่มาก อยู่ในเรือนกระจกครับ....
 
เจ้านี้แหละครับ....
 
             เมื่อชมพอประมาณแล้วก็ไปหาอะไรทานกันต่อดีกว่า ค่ำวันนี้ผมจะไปลุยตลาด อินซาดง ครับ ระหว่างทางก็ผ่านลานที่มีการแสดงพื้ืนบ้านของเกาหลีครับ
 
 
 
         และแล้วก็ลุยเข้าไปในตลาด อินซาดง ครับ........ก่อนอื่นมองหาแผนทีกันก่อนครับ ซึ่งหาง่ายมากครับ อยู่ตามสองข้างถนนครับ...
 
คราวนี้ไม่มีหลงครับ....อิอิ....ลุย
 
         กองทัพต้องเดินด้วยท้องครับ ดังนั้นจึงไปหาที่ทานอะไรกันก่อน.....ร้านนี้เลยครับ เข้าไปเพราะดูจากด้านนอกแล้วน่าจะโอเค อิอิ....ไม่มีอะไรมาก ดูรูปเอาอย่างเดียว เพราะอ่านไม่ออก.....
 
 
จานนี้อร่อยมากเลยครับ เป็นปีกบนไก่ทอด แต่แป้งเค้าอร่อยครับ
 
จานนี้ก็ไก่ครับ ก็อร่อยอีกเช่นกันครับ.....ร้านนี้เลือกไม่ผิดหวังจริงๆครับ....
 
             สำหรับอาหารเย็นที่ร้านนี้อร่อยมากๆเลยครับ ไม่ผิดหวังจริงๆครับ ถึงร้านจะเล็กๆนะครับ แต่สะอาด แะอร่อย ราคาก็รวมแล้ว 35,000 Won ครับหารแล้วตกคนละ 8,750 Won ครับ.....
 
             แล้วเราก็เดินลุยตลาดอินซาดงครับ ตลาดอินซาดงนี้เป็นตลาดที่ขึ้นชื่อว่า ถนนแห่งศิลปะครับ เพราะจะมีงานฝีมือมาวางขายกันมากมาย และมีการตกแต่งร้านแบบต่างๆนานา สวย และแปลกตาดีครับ
 
 
 
            และแล้วก็หมดไปอีกหนึ่งวันในเกาหลีครับ ทริปผมนั้นในแต่ละวันจะต้องไปสิ้นสุดกันที่ร้านกาแฟครับ เพราะคอกาแฟ ผลาดไม่ได้ครับ
 
 
        คนเกาหลีเค้าทานกาแฟกันค่อนข้างมากครับ แต่เท่าไรนั้น....อิอิ....ไม่ทราบครับ รู้แต่หาร้านกาแฟดื่มไม่ยากเลยครับ มีหลายร้าน หลายแบบ ด้วยครับ สำหรับตอนนี้ก็ลาไปนอนก่อนนะครับ แล้วติดตามตอนต่อไปนะครับ เร็วๆนี้แน่นอนครับ.....
 
สามารถเข้าไปดูรูปได้ที่นี้ครับ http://akeris.multiply.com/photos/album/85/85#
 
     สำหรับตอนที่ 2 นี้ หลังจากตื่นแต่เช้า วันนี้ฝนตกแต่เช้าเลยครับ พอตื่นมาเลยถ่ายรูปที่ด้านล่างของที่พักเก็บไว้ซักหน่อย เพราะวันแรกยังไม่ได้ถ่ายเลยงะ.....
 
 
จากนั้นก็เดินทางไปหาอะไรทานซักหน่อย 
 
 
สำหรับอาหารเช้าวันนี้ รวมแล้ว 26,800 Won ซึ่งเมื่อหารออกมาแล้วตกคนละ 6,700 Won ครับ เมื่อจ่ายเสร็จเค้าก็จะให้ไปรอที่โต๊ะ โดยจะได้ไอ้เจ้านี้มาด้วย
 
 
ซึ้งเมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อย ไอ้เจ้านี้ก็จะสั่น เพื่อให้เรารู้ว่าถึงคิวเราไปเอาอาหารแล้วครับ......
 
 
นี้คือมื้อเช้าวันนี้ครับ กาแฟซักแก้ว บวกกับขนมปังซักชิ้น........(ขนมปังนี้หวานมากกกกกก)
 
 
เมื้อท้องอิ่มเสร็จก็เดินทางเพื่อไปเข้าชม พระราชวังด๊อกซูกุง ค่าบัตรผ่านประตู 1,000 Won ครับ
 
 
ฝนเจ้ากรรมก็ยังไม่ยอมหยุดครับ เลยเดินชมไม่ค่อยสนุกเท่าไรเลยครับ
 
 
สายฝนก็ยังไม่ยอมหยุด แต่เรานี้ซิ ก็ยังไม่ยอมแพ้ครับ เพราะมาถึงแล้วยังไงก็ต้องลุย......อิอิ
 
 
เจ้านกตัวนี้มาหลบฝนเหมือนเราเลย.........
 
 
หลังคาที่เล่นสีได้สวยครับ
 
 
ใบไม่เริ่มเปลี่ยนสีบ้างแล้วครับ แต่ยังไม่เปลี่ยนหมด เลยยังไม่สวยเท่าไรครับ เค้าว่าถ้าผมอยู่ต่ออีกสัก 2 อาทิตย์ได้ดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบเต็มที่แน่นอน แต่งานครับ ถ้าอยู่ต่อมีหวังโดนไล่ออกแน่ๆๆ....อิอิ
 
 
เลยเก็บบางส่วนที่เปลี่ยนสีแล้วมาฝากครับ
 
 
รูปนี้ให้สังเกตุประตูของที่นี้นะครับ เค้าจะเปิดแล้วมันจะยกขึ้นไปด้านบนครับ ผมว่าดีเหมือนกันครับ จะได้ดูโล้งดีครับ อย่างนี้ลมพัดเข้าสะดวกเลยละครับ.......
 
 
ด้านในของ พระราชวังด๊อกซูกุง ในส่วนที่เป็นที่ประทับของกษัตริย์เกาหลีสมัยก่อนครับ สังเกตุว่าจะดูเรียบง่ายมากเลยนะครับ
 
 
ฝนเริ่มซาลงนิดหน่อยละ เลยได้เก็บภาพด้านนอกซักหน่อย.....
 
 
และแล้วเราก็ได้เดินทางไปยัง พระราชวังเคียงบกกุง โดยใช้รถไฟใต้ดินครับ จริงๆแล้วถ้าฝนไม่ตก ผมกะว่าจะเดินไปครับ แต่นี้บนดินฝนตก เลยลงมาใต้ดินดีกว่า เมื่อมาถึงยังสถานีที่จะขึ้นไปยัง พระราชวังเคียงบกกุง เค้าจัดเสาไฟไว้ได้บรรยากาศมากเลยครับ
 
 
แบบว่าเราเดินมาผิดประตูนิดนึง....อิอิ เลยเข้าไปชมในพิพิธภัณฑ์ซักก่อนครับ ก่อนเข้าชมได้เจอกับกลุ่มเด็กๆเกาหลี และเด็กๆก็เข้ามาทักทายกันอย่างสนุกสนาน มาถ่ายรูปกันด้วย เหมือนว่าเราเป็นดารายังไงยังงั้นเลยแฮะ...ส่วนรูปนั้นเป็นตราประทับของใครซักคน....อิอิ....จำไม่ได้แล้วงะ......
 
 
มาดูชุดของคนเกาหลีสมัยก่อนกันนะครับ
 
 
นี้ครับทางเข้า พระราชวังเคียงบกกุง 
 
 
เมื่อเข้าไปจะเจอยามครับ ยามสมัยก่อน แต่ผมไปไม่ทันพิธีเปลี่ยนเวรยามครับ เค้าเปลี่ยนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว..
 
 
ภายในก็เป็นแบบเรียบง่ายอีกเช่นเคยครับ
 
 
ผมชอบการออกแบบฝากันห้องมากเลยครับ สามารถเปิดแล้วยกขึ้นเปิดโล้งเลยครับ......
 
 
ภายในเขตของพระราชวังนั้นมีบริเวณกว้างมากเลยคครับ มีหอกลางน้ำด้วย (อิอิ.....จำชื่อไม่ได้อีกละ.....)
 
 
ในเขตพระราชวังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี จึงแวะเข้าไปดูซักหน่อย
 
 
และเมื่อเดินออกทางด้านหลังของพระราชวัง ก็จะเจอ Blue house ซึ้งเป็นที่พักของประธานาธิปดีเกาหลี
 
 
และเมื่อเดินไปเรื่อยๆ พวกเราก็เริ่มหิวครับ แต่ไม่รู้จะไปทานที่ไหนดี จึงใช้วิธีเดินไปเรื่อยๆ จนเจอร้านอาหารญี่ปุ่น จึงลองแวะเข้าไปทานดู มื้อนี้ก็ตกแล้วรวม 66,000 Won หารแล้วตกคนละ 16,500 Won ครับ
 
 
และระหว่างทางเราก็ได้เดินเก็บภาพตึกสวยๆ ไปเรื่อยๆ จนลืมเหนื่อยเลยครับ
 
 
เดินจนมาถึง กวาง ฮวง มุน ......หรือผมเรียกว่า กวาง หัว หมุน ..........อิอิ
 
 
แต่วันนี้มีตำรวจมามากมายเลยครับ เลยลองถามดูแล้ว เค้าว่าเป็นวันที่ครบรอบการก่อตั้งโรงเรียนตำรวจอะไรประมาณนั้น.....
 
 
ในวันรุ่งขึ้นพวกเรามีแผนกันว่าจะไปเที่ยวเกาะนามิ จึงต้องเข้าไปหาข้อมูลกันซักหน่อย.....
 
 
เราจึงเดินต่อไปจนถึง คลอง ชอง เก ชอน ซึ่งเป็นคลองที่เมื่อก่อนเป็นคลองที่เน่าเหม็นมาก แต่ด้วยความร่วมมือของคนเกาหลีทั้งสองข้างคลอง และรัฐบาล จึงสามารถปรับปรุงคลองจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามในขณะนี้ครับ.....
 
 
เดินกันจนค่ำเลยครับ......อิอิ.....
 
 
และแล้วพวกเราก็เจอร้านกาแฟยอดนิยม......อิอิ......โดนค่ากาแฟไปรวม 18,800 Won ครับ
 
 
และแล้วพวกเราก็ไปเดินเที่ยวที่ตลาดเมียงดงครับ ซึ้งเป็นตลาดตอนกลางคืน ผู้คนมากมาย และผมก็เดินเพื่อหาร้านขาย ไอติม สูงๆๆร้านนี้ครับ......
 
 
ภายในตลาดเมียงดงครับ
 
 
และแล้วมื้อดึกก็มีหมี่จานนี้แหละครับ 
 
 
ส่วนเจ้านี้ .............อิอิ.......ไม่กล้ากินกาบบบบ.......อิอิ
 
สำหรับวันที่ 2 ในเกาหลีนั้นก็จบลงแลัวครับ วันนี้ถึงจะมีฝนตกลงมาตลอดช่วงเช้า แต่ก็ยังดีครับที่ช่วงบ่าย ฝนไม่ตกลงมาเลย และเท่าที่ดูพยากรณ์อากาศ เค้าว่าพรุ่งนี้ก็ไม่มีฝนครับ แล้ววันพรุ่งนี้ผมจะพาไปเที่ยวเกาะนามิ ครับ เป็นเกาะที่คนไทยไปเยอะมากกกกกก............
 
ส่วนรูปต่างๆ สามารถเข้าไปชมได้ที่ http://akeris.multiply.com/photos/album/83/83#

edit @ 11 Dec 2011 21:50:29 by Akeris

          หลังจากที่ดูหนังเกาหลีมาก็หลายเรื่อง บวกกับมีหลายคนเดินทางไปเกาหลีมาแล้วมาบอกต่อๆ ว่าน่าเที่ยวอย่างนั้น น่าเที่ยวอย่างนี้ ผมจึงวางแผนไว้ว่าปีนี้ยังไงต้องไปเกาหลีให้ได้.....อิอิ......เนื่องจากตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งจะมีวันหยุดยาวช่วงวันชาติของจีน ประมาณ 1 อาทิตย์ ช่วงต้นเดือน ตค. จึงเป็นโอกาศที่จะได้ไปเกาหลีละ เลยตกลงกันว่าพวกผมจะไปแบบ backpack กันไป เพราะไม่รู้ว่าจะหาทัวร์จากไหนดี.....หลังจากที่วางแผนทุกอย่างลงตัวแล้ว จองที่พักเรียบร้อย หาข้อมูลเรียบร้อย ก็มาแลกเงินกันไปซักหน่อย

แลกเงินวอน
 
             ดูเหมือนแลกไปมากนะครับ แต่ไม่เลยเพราะสุดท้าย.....อิอิ.......หมดครับ แถมยังไม่พออีก......อิอิ
 
          และทริปนี้ผมเริ่มเดินทางจากเมือง Ningbo ในจีนโดยนั่งรถไฟหัวจรวดไปยัง Shanghai ครับโดยผมเลือกขบวนสุดท้ายเลยเพราะจะได้ไม่ต้องลางานในวันนั้น ประมาณว่าเลิกงานแล้วก็เดินทางไป Shanghai เลย
 

              ผมเดินทางไปถึง Shanghai ประมาณ 22.45 น. ก็ตกลงกันแล้วว่าจะไปนอนที่สนามบินกัน เพราะ fight บินไปเกาหลีนั้นตอน 8 โมงเช้า กว่าจะนั่งรถ Taxi ไปยังสนามบินก็ปาเข้าไป 24.00 น. เห็นจะได้ เลยหาทำเลที่นอน พวกผมเคยมานอนที่สนามบินแห่งนี้แล้วเมื่อทริปที่แล้ว แต่ครั้งนี้สนามบินเค้ามีเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยเลยรู้สึกว่าไม่คค่อยมีที่เท่าไร แต่ก็เจอมุมสงบจนได้ มีฝรั่งอยู่ 2 คนกำลังจัดที่นอนอยู่พอดี เราก็เลยไปนอนด้วยเหมือนกัน ผมนั้นเริ่มหลับได้ซักพักกำลังสบายเลย .........ได้ยินเสียงมาเรียกให้ตื่น เป็นภาษาจีน เสียงเป็นผู้ชายซะด้วย ก็งง งง นิดหน่อยตื่มมาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาตี๋ 2 คนยื่นตรงหน้า แล้วบอกว่าที่นี้ไม่ให้นอน ประมาณว่าสนามบินจะปิดประตูแล้วตอนตี 1 เห็นจะได้ พวกเราเลยต้องลี้ภัยกันมา ทั้งหมดรวมทั้งฝรั่ง 2 คนด้วย แล้วก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าจะให้พวกเราไปที่ไหน เค้าก็ว่าไปด้านนอกสนามบิน เราก็ตาสว่างเลย ด้านนอก แล้วอย่างนี้จะนอนที่ไหนละเนี๊ย เค้าก็ว่ามีร้าน McDonald's ซึ้งเปิด 24 ชั่วโมง เราก็เลยมานั่งที่ร้าน MC แทน ไหนๆมานั่งร้านเค้าแล้วไม่สั่งอะไรมันก็ยังไงอยู่เลยกาแฟร้อนเลยละกัน ไม่ต้องนอนมันแหละคืนนี้.....
 
 
         สภาพในร้านก็จะมีคนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตี๋สองนายนั้นพาออกมาจากสนามบินทั้งนั้นเลย สภาพเลยเป็นแบบนี้ครับ ต่างคนต่างเข้าทางในกันทั้งนั้น.......
 
 
          เมื่อถึงตอนเช้าผมจำได้เจ้าหน้าที่บอกว่าประตูเปิดตี 5 เลยกะว่าจะเข้าไปนอนด้านในตอนตี 5 แต่เอาเข้าจริงไม่ไหวครับนอนไม่หลับแล้วงะ และแล้วผมก็ได้บินออกจากประเทศจีน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินกิมชอน ครับ ตม. เกาหลีเห็นใครๆว่าน่ากลัว ตรวจเข้ม ประมาณว่าจะไล่กลับประเทศไทยซะงั้น เราก็มีหวั่นๆอยู่เหมือนกัน เลยเตรียมเอกสารมาเหมือนกัน แต่พอถึงคิวผมนั้นผ่านสบายเลย เค้าแค่ถามว่ามาครั้งแรกหรอ มาทำไม แล้วทำไมถึงมาเที่ยวเกาหลี เราก็ว่าเกาหลีเป็นเมืองที่สวย น่าเที่ยว คนใจดี เค้าก็ยิ้มให้แล้วผ่านสบายกาบบบบ......อิอิ.....อ๋อ...ในทริปผมนั้นมีรุ่งน้องคนนึงไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษเท่าไร ติดนิดนึงที่ ตม. ครับคือเค้าถามแล้วตอบอะไรไม่ได้งะ แต่เป็นช่องเดียวกับผม เลยเข้าไปบอกเค้าว่ามาด้วยกัน เค้าก็ไม่ว่าอะไร...
 
 
         มาถึงสิ่งแรกเลยที่ต้องหาซื้อ คือ บัตร T-Money เพื่อเอาไว้จ่ายค่ารถไฟฟ้าใต้ดิน
 
 
      ซื้อเสร็จเราก็เติมเงินที่ร้านที่ซื้อนั้นเลยครับ เติมไปก่อนเลย 20,000 won ค่าบัตร 3,000 won ได้บัตรแล้วเราก็เดินลงไปหารถไฟใต้ดินกัน
 
 
          และแล้วก็มาถึงที่พักครับ หาไม่ยากครับ เจ้าหน้าที่ก็น่ารักครับ บอกเส้นทางได้เข้าใจง่ายครับ ไม่หลงแน่นอนครับถ้ามาพักที่นี้
 
 
        สภาพห้องพักก็เป็นห้องเล็กๆครับ ไม่ใหญ่โตอะไร เพราะไม่ได้เป็นโรงแรม 4-5 ดาวอะำไร แต่สะอาดดีครับ ราคาค่าเข้าพัก ห้องละ 60,000 won ต่อคืนครับ
 
 
 
 
             เมื่อจัดของเข้าห้องพักแล้ว อย่ารอช้าครับออกไปหาอะไรกินก่อนเลยครับเพราะหิวแล้ว....ระหว่างทางเจอขบวนเด็กน่ารักดีครับ
 
 
             แล้วก็หาร้านอาหารเลยครับ วิธีเลือก ผมเือกร้านที่มีรูปภาพครับ เพราะง่ายต่อการสั่งครับ....เพราะพวกผมภาษาเกาหลีนั้นก็เก่งใช้ได้......อิอิ....
 
 
          มื่อนี้เลยได้จานนี้มาทานครับ อิ่มมาก และอร่อยมากด้วยครับ มื่อแรกก็โอเคละ เริ่มต้นไปได้สวยครับสำหรับอาหารการกินในเกาหลี.....
 
 
   แต่ขนาดสั่งข้าวผัดเค้าก็ยังให้เจ้านี้มาทานด้วยเลย แต่อร่อยดีครับ คุณป้าที่ร้านก็ใจดีให้เติมได้ด้วยครับ
 
 
            เมื่อท้องเราอิ่ม เราก็พร้อมเดินทางลุยเกาหลีแล้วครับ สถานที่แรกคือ หมู่บ้านวัฒนธรรมนัมซานกลฮันอกซึ่งจะมีบ้านจำลองวิถีชีวิตสมัยก่อนให้ดู 
 
 
           ภายในหมู่บ้านสามารถมองเห็นหอคอยกรุงโซลด้วย
 
 
          วันที่ผมไปนั้นเค้ามีการแสดงพอดีเลยครับตอน 4 โมงเย็น เราเลยแวะดูซะหน่อยเป็นการรำพัดนะผมว่า เพราะทุกคนมีพัด....อิอิ
 
 
         และมีการแสดงโชว์เทควอนโด้ ด้วย........
 
 
        มีแบบเคลื่อนไหวได้ด้วยครับ........อิอิ....
 
 
 
สามารถเข้าไปดูต่อได้ที่ http://akeris.multiply.com/photos/album/79/Taekwondo_Korea#
 
        ภายในหมู่บ้านก็ประมาณบรรยากาศบ้านเก่าๆ ถ้าใครเคยดูหนังเกาหลีคงนึกภาพออกนะครับ เหมือนในหนังเลยครับ
 
 
 
 
          เมื่อออกมาจากหมู่บ้าน  เราเลยแวะซื้อน้ำดื่มกันหน่อยผมจำได้ว่าที่เกาหลีมีนมกล้วย เห็นเค้าว่าอร่อยนัก อร่อยหนา เลยจัดมาขวดนึง อร่อยจริงๆๆด้วยครับ
 
 
          แล้วผมก็เดินต่อไปยังที่หอคอยกรุงโซล ครับเพื่อนั่งกระเช้าขึ้นไปชมด้านบนครับ
 
 
           ค่าตั๋วไปกลับคนละ 7,500 won ครับ
 
 
              
                                   นี้คือหอคอยกรุงโซลครับ Seoul Tower นั้นเอง......
 
         และถ้าใครเคยดูเรื่อง กวน มึน โฮ ก็มีฉากนึงที่เค้าพามาที่นี้ แล้วบอกว่าคนเกาหลีที่มากันเป็นคู่จะมาแล้วซื้อกุญแจมาล็อกที่นี้ แล้วโยนลูกกุญแจทิ้งไป เพื่อว่าจะได้รักกันตลอกไป
 
 
                 และเมื่อชมด้านนอกแล้วก็ต้องเข้าไปชมด้านในครับ ซึ่งผมซื้อตั๋วแบบเป็น package ครับคือรวมทั้งค่าขึ้นชมหอคอย Seoul Tower และ Teddy bear museum ค่าตั๋วคนละ 14,000 won ครับ
 
 
             แต่เมื่อผมเข้ามานั้นเจ้าหน้าที่เค้าแนะนำว่าให้ชมที่ Teddy bear museum ก่อนครับ ซึ่งมี 2 ที่นะครับใกล้ๆกันเลย 
 
 
งานนี้ แดจังกึม ก็มาครับ.............
 
 
            เมื่อชมน้องหมีเสร็จก็ขึ้นไปชมวิวบนหอคอยกันครับ
 
 
                  และผมก็ต้องเดินหากระจกบานนึงให้เจอครับ และก็เจอจนได้ครับ ว่าถ้าจะกลับกรุงเทพฯ นั้นต้องไปทางนี้เป็นระยะทาง 3,713.49 km. ครับ
 
 
             และหลายคนบอกว่าห้องน้ำที่นี้วิวสวยมาก ผมเลยต้องเข้าไปดูซักหน่อยละงานนี้ โอ้......ยืนทำธุระไม่รู้ใครจะเห็นบ้างไหมเนี๊ย........อิอิ....
 
 
Seoul Tower ยามค่ำคืนครับ
 
 
           ลงจาก Seoul Tower ก็มาเดินตลาดเมียงดงครับ เพราะใกล้กันนิดเดียวเองครับ ลงมาถึงเจอคนครับ คนมากมายครับมาเดินในเมียงดงเนี๊ย....
 
 
          ก่อนเดินทางมาเกาหลีเพื่อนผมว่าถ้ามาเมียงดงต้องมาทานใส้กรอกที่เมียงดง อร่อยมากกกก เรามาถึงแล้วก็เลยมองหาใส้กรอกซะหน่อย เจอเข้าร้านนึงลองซื้อมาทานดู 2 ไม้ 6,000 won ก็อร่อยดีครับ แต่ที่ชอบคือคนที่นี้เค้าจะยืนทานกันตรงหน้าร้าน หรือใกล้ๆร้าน ทานเสร็จเค้าจะเอาไม้ไปทิ้งที่ร้านซึ้งมีถังใส่ให้เรียบร้อย ไม่มีการท้งตามพื้นเลยครับน่ารักจริงๆๆ
 
 
 
            เมื่อเดินมาซะพักก็มีเสียงท้องร้องครับ.....หิว....ครับหิว....เลยหาร้านอาหารในเมียงดงนั้นแหละครับ ไปเจอร้านนี้จัดร้านน่ารักดีครับ ในร้านจะเต็มไปด้วยกระดาษที่สามารถเขียนอะไรก็ได้ไปติดเอาไว้ครับทั่วทั้งร้านจริงๆครับ
 
 
          และเมนูคืนนี้สำหรับผมคือข้าวปั้นครับ มื้อนี้พวกผมทานกัน 4 คนหารออกมาแล้วตกคนละ 6,250 won ครับ อิ่มมากครับ.....
 
 
 
               เมื่อเติมพลังงานเต็มที่ ก็ออกมาเดินลุยเมียงดงต่อครับ 
 
 
        จนใกล้เที่ยงคืนเลยกลับเข้าที่พักครับ เพราะที่พักเค้ามีกฎครับว่าจะปิดประตูตอนตี 2 ซึ้งถ้ามาหลังตี 2 ก็ไม่สามารถเข้าที่พักได้ครับ.....อิอิ
 
 
          สำหรับวันแรกในเกาหลีนั้นก็สนุกดีครับ อาหารอร่อยครับ ผู้คนน่ารัก เป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก ประทับใจครับ ยังไงไว้คอยติดตามตอนที่ 2 ต่อนะครับว่าจะพาไปไหนต่อ 
          ส่วนรูปนั้นสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://akeris.multiply.com/photos/album/80/80#
 
..........=^๐^=................

edit @ 28 Oct 2011 22:27:15 by Akeris