หลังจากที่ดูหนังเกาหลีมาก็หลายเรื่อง บวกกับมีหลายคนเดินทางไปเกาหลีมาแล้วมาบอกต่อๆ ว่าน่าเที่ยวอย่างนั้น น่าเที่ยวอย่างนี้ ผมจึงวางแผนไว้ว่าปีนี้ยังไงต้องไปเกาหลีให้ได้.....อิอิ......เนื่องจากตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งจะมีวันหยุดยาวช่วงวันชาติของจีน ประมาณ 1 อาทิตย์ ช่วงต้นเดือน ตค. จึงเป็นโอกาศที่จะได้ไปเกาหลีละ เลยตกลงกันว่าพวกผมจะไปแบบ backpack กันไป เพราะไม่รู้ว่าจะหาทัวร์จากไหนดี.....หลังจากที่วางแผนทุกอย่างลงตัวแล้ว จองที่พักเรียบร้อย หาข้อมูลเรียบร้อย ก็มาแลกเงินกันไปซักหน่อย

แลกเงินวอน
 
             ดูเหมือนแลกไปมากนะครับ แต่ไม่เลยเพราะสุดท้าย.....อิอิ.......หมดครับ แถมยังไม่พออีก......อิอิ
 
          และทริปนี้ผมเริ่มเดินทางจากเมือง Ningbo ในจีนโดยนั่งรถไฟหัวจรวดไปยัง Shanghai ครับโดยผมเลือกขบวนสุดท้ายเลยเพราะจะได้ไม่ต้องลางานในวันนั้น ประมาณว่าเลิกงานแล้วก็เดินทางไป Shanghai เลย
 

              ผมเดินทางไปถึง Shanghai ประมาณ 22.45 น. ก็ตกลงกันแล้วว่าจะไปนอนที่สนามบินกัน เพราะ fight บินไปเกาหลีนั้นตอน 8 โมงเช้า กว่าจะนั่งรถ Taxi ไปยังสนามบินก็ปาเข้าไป 24.00 น. เห็นจะได้ เลยหาทำเลที่นอน พวกผมเคยมานอนที่สนามบินแห่งนี้แล้วเมื่อทริปที่แล้ว แต่ครั้งนี้สนามบินเค้ามีเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยเลยรู้สึกว่าไม่คค่อยมีที่เท่าไร แต่ก็เจอมุมสงบจนได้ มีฝรั่งอยู่ 2 คนกำลังจัดที่นอนอยู่พอดี เราก็เลยไปนอนด้วยเหมือนกัน ผมนั้นเริ่มหลับได้ซักพักกำลังสบายเลย .........ได้ยินเสียงมาเรียกให้ตื่น เป็นภาษาจีน เสียงเป็นผู้ชายซะด้วย ก็งง งง นิดหน่อยตื่มมาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาตี๋ 2 คนยื่นตรงหน้า แล้วบอกว่าที่นี้ไม่ให้นอน ประมาณว่าสนามบินจะปิดประตูแล้วตอนตี 1 เห็นจะได้ พวกเราเลยต้องลี้ภัยกันมา ทั้งหมดรวมทั้งฝรั่ง 2 คนด้วย แล้วก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าจะให้พวกเราไปที่ไหน เค้าก็ว่าไปด้านนอกสนามบิน เราก็ตาสว่างเลย ด้านนอก แล้วอย่างนี้จะนอนที่ไหนละเนี๊ย เค้าก็ว่ามีร้าน McDonald's ซึ้งเปิด 24 ชั่วโมง เราก็เลยมานั่งที่ร้าน MC แทน ไหนๆมานั่งร้านเค้าแล้วไม่สั่งอะไรมันก็ยังไงอยู่เลยกาแฟร้อนเลยละกัน ไม่ต้องนอนมันแหละคืนนี้.....
 
 
         สภาพในร้านก็จะมีคนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตี๋สองนายนั้นพาออกมาจากสนามบินทั้งนั้นเลย สภาพเลยเป็นแบบนี้ครับ ต่างคนต่างเข้าทางในกันทั้งนั้น.......
 
 
          เมื่อถึงตอนเช้าผมจำได้เจ้าหน้าที่บอกว่าประตูเปิดตี 5 เลยกะว่าจะเข้าไปนอนด้านในตอนตี 5 แต่เอาเข้าจริงไม่ไหวครับนอนไม่หลับแล้วงะ และแล้วผมก็ได้บินออกจากประเทศจีน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินกิมชอน ครับ ตม. เกาหลีเห็นใครๆว่าน่ากลัว ตรวจเข้ม ประมาณว่าจะไล่กลับประเทศไทยซะงั้น เราก็มีหวั่นๆอยู่เหมือนกัน เลยเตรียมเอกสารมาเหมือนกัน แต่พอถึงคิวผมนั้นผ่านสบายเลย เค้าแค่ถามว่ามาครั้งแรกหรอ มาทำไม แล้วทำไมถึงมาเที่ยวเกาหลี เราก็ว่าเกาหลีเป็นเมืองที่สวย น่าเที่ยว คนใจดี เค้าก็ยิ้มให้แล้วผ่านสบายกาบบบบ......อิอิ.....อ๋อ...ในทริปผมนั้นมีรุ่งน้องคนนึงไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษเท่าไร ติดนิดนึงที่ ตม. ครับคือเค้าถามแล้วตอบอะไรไม่ได้งะ แต่เป็นช่องเดียวกับผม เลยเข้าไปบอกเค้าว่ามาด้วยกัน เค้าก็ไม่ว่าอะไร...
 
 
         มาถึงสิ่งแรกเลยที่ต้องหาซื้อ คือ บัตร T-Money เพื่อเอาไว้จ่ายค่ารถไฟฟ้าใต้ดิน
 
 
      ซื้อเสร็จเราก็เติมเงินที่ร้านที่ซื้อนั้นเลยครับ เติมไปก่อนเลย 20,000 won ค่าบัตร 3,000 won ได้บัตรแล้วเราก็เดินลงไปหารถไฟใต้ดินกัน
 
 
          และแล้วก็มาถึงที่พักครับ หาไม่ยากครับ เจ้าหน้าที่ก็น่ารักครับ บอกเส้นทางได้เข้าใจง่ายครับ ไม่หลงแน่นอนครับถ้ามาพักที่นี้
 
 
        สภาพห้องพักก็เป็นห้องเล็กๆครับ ไม่ใหญ่โตอะไร เพราะไม่ได้เป็นโรงแรม 4-5 ดาวอะำไร แต่สะอาดดีครับ ราคาค่าเข้าพัก ห้องละ 60,000 won ต่อคืนครับ
 
 
 
 
             เมื่อจัดของเข้าห้องพักแล้ว อย่ารอช้าครับออกไปหาอะไรกินก่อนเลยครับเพราะหิวแล้ว....ระหว่างทางเจอขบวนเด็กน่ารักดีครับ
 
 
             แล้วก็หาร้านอาหารเลยครับ วิธีเลือก ผมเือกร้านที่มีรูปภาพครับ เพราะง่ายต่อการสั่งครับ....เพราะพวกผมภาษาเกาหลีนั้นก็เก่งใช้ได้......อิอิ....
 
 
          มื่อนี้เลยได้จานนี้มาทานครับ อิ่มมาก และอร่อยมากด้วยครับ มื่อแรกก็โอเคละ เริ่มต้นไปได้สวยครับสำหรับอาหารการกินในเกาหลี.....
 
 
   แต่ขนาดสั่งข้าวผัดเค้าก็ยังให้เจ้านี้มาทานด้วยเลย แต่อร่อยดีครับ คุณป้าที่ร้านก็ใจดีให้เติมได้ด้วยครับ
 
 
            เมื่อท้องเราอิ่ม เราก็พร้อมเดินทางลุยเกาหลีแล้วครับ สถานที่แรกคือ หมู่บ้านวัฒนธรรมนัมซานกลฮันอกซึ่งจะมีบ้านจำลองวิถีชีวิตสมัยก่อนให้ดู 
 
 
           ภายในหมู่บ้านสามารถมองเห็นหอคอยกรุงโซลด้วย
 
 
          วันที่ผมไปนั้นเค้ามีการแสดงพอดีเลยครับตอน 4 โมงเย็น เราเลยแวะดูซะหน่อยเป็นการรำพัดนะผมว่า เพราะทุกคนมีพัด....อิอิ
 
 
         และมีการแสดงโชว์เทควอนโด้ ด้วย........
 
 
        มีแบบเคลื่อนไหวได้ด้วยครับ........อิอิ....
 
 
 
สามารถเข้าไปดูต่อได้ที่ http://akeris.multiply.com/photos/album/79/Taekwondo_Korea#
 
        ภายในหมู่บ้านก็ประมาณบรรยากาศบ้านเก่าๆ ถ้าใครเคยดูหนังเกาหลีคงนึกภาพออกนะครับ เหมือนในหนังเลยครับ
 
 
 
 
          เมื่อออกมาจากหมู่บ้าน  เราเลยแวะซื้อน้ำดื่มกันหน่อยผมจำได้ว่าที่เกาหลีมีนมกล้วย เห็นเค้าว่าอร่อยนัก อร่อยหนา เลยจัดมาขวดนึง อร่อยจริงๆๆด้วยครับ
 
 
          แล้วผมก็เดินต่อไปยังที่หอคอยกรุงโซล ครับเพื่อนั่งกระเช้าขึ้นไปชมด้านบนครับ
 
 
           ค่าตั๋วไปกลับคนละ 7,500 won ครับ
 
 
              
                                   นี้คือหอคอยกรุงโซลครับ Seoul Tower นั้นเอง......
 
         และถ้าใครเคยดูเรื่อง กวน มึน โฮ ก็มีฉากนึงที่เค้าพามาที่นี้ แล้วบอกว่าคนเกาหลีที่มากันเป็นคู่จะมาแล้วซื้อกุญแจมาล็อกที่นี้ แล้วโยนลูกกุญแจทิ้งไป เพื่อว่าจะได้รักกันตลอกไป
 
 
                 และเมื่อชมด้านนอกแล้วก็ต้องเข้าไปชมด้านในครับ ซึ่งผมซื้อตั๋วแบบเป็น package ครับคือรวมทั้งค่าขึ้นชมหอคอย Seoul Tower และ Teddy bear museum ค่าตั๋วคนละ 14,000 won ครับ
 
 
             แต่เมื่อผมเข้ามานั้นเจ้าหน้าที่เค้าแนะนำว่าให้ชมที่ Teddy bear museum ก่อนครับ ซึ่งมี 2 ที่นะครับใกล้ๆกันเลย 
 
 
งานนี้ แดจังกึม ก็มาครับ.............
 
 
            เมื่อชมน้องหมีเสร็จก็ขึ้นไปชมวิวบนหอคอยกันครับ
 
 
                  และผมก็ต้องเดินหากระจกบานนึงให้เจอครับ และก็เจอจนได้ครับ ว่าถ้าจะกลับกรุงเทพฯ นั้นต้องไปทางนี้เป็นระยะทาง 3,713.49 km. ครับ