ไปเก็บ Mulberry

posted on 04 May 2011 19:07 by akeris  in Ningbo
            ทริปนี้เป็นช่วงวันหยุด เสาร์ ,อาทิตย์ ครับเลยนั่งรถเมย์จากบ้านที่ "หงเหลียน" โดยขึ้นรถสาย 753 เพื่อไปลงในเมือง Ningbo ก่อนแล้วหารถต่ออีกทีเพื่อไปยังสวน Mulberry โดยต่อรถสาย 117 หรือ 117-1 แต่ถ้าต่อรถ 117 จะต้องเดินเอาหน่อย แต่รถจะมาบ่อยกว่า
 
...
ประตูทางเข้าสวน Mulberry
 
เมื่อไปถึงก็ตามธรรมเนียมของที่นี้ครับ ซื้อตั๋วเข้าชมสวนครับ
 
...
สถานที่ซื้อตั๋ว

        สถานที่ที่เรากำลังจะเข้าไปนี้ได้รับการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวจามรัฐบาลจีน ว่าเป็นสถานที่อันดับ AAAA เลยที่เดียวครับ
 
1
 
2
ส่วนในปีที่แล้ว ได้รับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใน Ningbo ที่ดีที่สุดประมาณนั้น
 
         ส่วนตั๋วค่าเข้าชมนั้น พวกเราซื้อผ่านทาง Internet อีกแล้วครับ เพราะว่ามันถูกว่ามาซื้อที่หน้าประตูครับ โดยตกแล้วคนละ 54 RMB ก็ประมาณ 270 บาทครับ
 
3
ตั๋วเข้าชมสวน Mulberry
 
          เมื่อได้ตั๋วแล้วก็เข้าไปได้เลยครับ เมื่อผ่านประตูมาแล้วทางขาวมือจะมีน้องหมวยๆนั่งอยู่ และมีตะกร้าสีน้ำเงินวางอยู่มากมาย เลยเข้าไปดู สรุปได้ว่าซื้อตะกร้านี้ราคา 1 RMB เพื่อไปใส่ลูก Mulberry และด้านในสามารถกินได้เท่าที่เราจะกินได้ ส่วนถ้าจะเอากลับบ้านเค้าขายในราคา ครึ่งกิโล 10 RMB ครับ
 
4
น้องหมวยนั่งขายตะกร้า
 
55
ได้มาแล้วครับตะกร้าของผม
 
            ในสวนนี้มีสถานที่เที่ยวมากมายเลยครับ ไม่ใช้มีแต่สวน Mulberry ครับ แต่วันนี้เรามุ่งไปที่สวน Mulberry ก่อนเลยครับ
 
6
ป้ายบอกทางต่างๆในสวนแห่งนี้
 
              และแล้วก็เจอแล้วครับลูก Mulberry ครับซึ่งสามารถเข้าไปเก็บเองได้เลยครับ ไปกินจากต้นได้เลยครับ แต่เวลาเก็บให้ดูสีนะครับ สำหรับลูกที่มีสีแดงอยู่นี้จะค่อนข้างเปรี่ยวหน่อยครับ ส่วนลูกที่หวานนั้นต้องมีสีดำๆหน่อยครับ.....
7
ลูกนี้ค่อนข้างเปรี่ยว
8
ลูกนี้หวานหน่อยครับ เก็บกินได้เลย
9
มีทั้งเปรี่ยว และหวานครับ.....
 
             เก็บไปซักระยะนึง ไอ้เราก็เป็นประเภทไม่ค่อยชอบกินเท่าไร เลยไม่เก็บดีกว่ามาถ่ายรูปดีกว่า เลยเอามือถือมาดูว่าไอ้สวนนี้มันเรียกว่าที่ไหนใน googlemap ครับ
 
10
พิกัดคือ Shibadu
 
            เก็บกันจนเกือบเต็มตะกร้าแล้วจึงเปลี่ยนเป็นเดินไปหาที่นั่งพักเพื่อหาอะไร ใส่ท้องกันหน่อยครับ แต่อย่างว่าครับสถานที่ท่องเที่ยว อะไรๆ ก็แพงครับอย่าง coke ขวดนึงนั้นด้านนอกอย่างแพงแล้วก็ขวดละ 3 RMB แต่ที่นี้ขวดละ 7 RMB ครับ พวกเราจึงหาซื้อขนมปังกันมาจากด้านนอกมากินเป็นอาหารเที่ยงกันดีกว่า ประหยัดกว่าด้วย.......อิอิ
 
11
อาหารเที่ยง
 
12
หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน.....
 
             แล้ว พวกเราก็เริ่มเดินต่อไปเพื่อไปหาสวนดอกไม้ครับ ก็มาเจอเค้าจัดเป็นสวนดอกไม้ต่างๆ และเป็นต้นไม้แถวๆโซนร้อน ก็แถวๆบ้านเราด้วยครับ มีหลายต้นที่บ้านเรามีเช่น ชบา, กล้วย, มะละกอ, แก้วมังกร, ฝรั่ง, ดอกหน้าบัว และอื่นๆอีกมากมายแต่.....อิอิ.......ผมไม่รู้จักชื่องะ......
 
 13 
 
 14 
 
 15 
 
 16 
 
              เมื่อดูดอกไม้กันอิ่มแล้วก็เดินเข้าไปอีกนิดจะเจอโซนต้นกระบอกเพชร มากมายมีดอกด้วย บางต้นไม่เคยเห็นที่แถวบ้านเรา หรืออาจจะมีก็ได้แต่ผมไม่เคยเห็นเอง...........อิอิ
 
 17 
 
 18 
 
 19 
 
              และภายในสวนนี้มีวัดด้วยครับ เราจึงว่าเข้าไปดูกันซักหน่อยครับ ตอนไปถึงในวัดนั้นไม่มีคนเข้ามาเที่ยวเลยครับ ส่วนใหญ่ผู้คนจะอยู่ในสวนมากกว่าครับ เลยดูสงบดีครับ
 
 20 
 
 21 
 
               และแล้วทริปนี้ก็จบลงครับ พอออกจากวัดนี้ก็เวลาประมาณ 4 โมงแล้วครับเดินออกมาทางเดิมที่เข้าไปตอนแรก จ่ายค่า Mulberry ที่เอากลับบ้านให้น้องหมวยแล้วก็มาขึ้นรถสาย 117-1 ซึ่งจอดอยู่ที่ประตูสวนเลยครับ นั่งรอบนรถประมาณชั่วโมงนึงเห็นจะได้ ไม่รู้คนขับไปไหน แล้วก็มาลงในเมือง หาอะไรทานเสร็จก็นั่ง Taxi ครับเพราะตอนเย็นคนมากมาย เพื่อกลับบ้านที่ หงเหลียน"...........
 
                สรุปทริปนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมทุกอย่างแล้วประมาณคนละ 120 RMB ครับ อันนี้ไม่รวมค่า Mulberry ที่ซื้อกลับบ้านนะครับ......แล้วค่อยพบกันใหม่กับทริปเที่ยว Xikou ครับ......
 
                สามารถเข้าไปดูรูปอื่นๆได้ที่ http://akeris.multiply.com/photos/album/76?mark_read=akeris:photos:76#
 
....................................................................

edit @ 4 Jun 2011 17:18:48 by Akeris

edit @ 4 Jun 2011 17:42:30 by Akeris

          วันนี้เป็นวันที่ 2 คนในทริปนี้ "ซูโจว" วันนี้ตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้าเลยครับ เพราะต้องรีบไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งมีคำกล่าวว่า "เวนิสแห่งเอเชีย" คือเมือง "โจวจวง" นั้นเองครับ ซึ่งการเดินทางนั้นมีรถโดยสารบริการตลอดทั้งวัน แต่วันนี้พวกผมตั้งใจกันแล้วว่าจะต้องไปรอบแรก หรือไม่ก็รอบที่สองคือประมาณ 8 โมงกว่าๆครับ ก็จะไปถึง โจวจวง ประมาณ ก่อนเที่ยงใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2 ชั่วโมง
 
ยามเช้าถนนหน้าโรงแรม
 
             วันนี้อากาศยามเช้าดีมากเลยครับ ไม่มีฝนแล้วครับไม่เหมือนกับเมื่อวันแรก ทำให้ผมมีพลังขึ้นมากเลย รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
 
ระหว่างรอรถเมล์
 
           ป้ายรถเมล์ที่นี้มองแล้วชอบครับ ถ้าสังเกตุให้ดีด้านหลังของแต่ละแถวจะมีตัวเลขบอกอะไรซักอย่าง ผมนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่ามันมีหน่อยเป็นอะไร แต่รู้เพียงว่าเมื่อมันเป็น 0 แสดงว่ารถคันนั้นมาถึงป้ายนี้แล้ว ซึ่งรถที่พวกผมไปนั้นดูป้ายนี้แล้วก็ตรงดีครับ
           เมื่อพวกผมไปถึงสถานีขนส่งของซูโจวแล้วก็ซื้อตั๋ว เพื่อไปโจวจวงครับ แต่เนื่องจากผมอ่านภาษาจีนไม่ออก ตั๋วที่ซื้อมานั้นไม่ได้ไปโจวจวงครับ..........แต่เป็นเมืองระหว่างทางไป โจวจวง ซึ่งมารู้ตัวอีกทีก็ถึงเมืองนั้นแล้ว แล้วไปยืนดูแผนที่ ว่านี้มันไม่ใช้โจวจวง เลยต้องไปซื้อตั๋วต่อเพื่อไปโจวจวง ซึ่งคราวนี้ต้องรอรถอีกประมาณ ครึ่งชั่วโมง แถมได้ตั๋วยืนอีกครับ ที่ได้ตั๋วยืนเพราะผมไปแย่งกับคนจีนเค้าไม่ทันครับ ต้องยืนไปอีกประมาณชั่วโมงนึงกว่าจะถึง โจวจวง............
 
ประตูเข้าเมืองโจวจวง
 
           เมื่อมาถึงต้องไปซื้อตั๋วเข้าชมอีกแล้วครับ ราคาเข้าชมช่วงกลางวัน กับกลางคืนไม่เท่ากัน แต่พวกเราได้จองผ่าน Internet จึงได้ลกราคาครับ จาก 100 RMB เหลือ 88 RMB สถานที่นี้ทางรัฐบาลจีนเค้าจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว 5A เลยที่เดียวครับ
 
สถานที่ท่องเที่ยว 5A 

ตั๋วเข้าชม โจวจวง
 
เมื่อเข้ามาแล้ว บรรยากาศตามภาพครับ
 
            เมื่อเข้าไปในโจวจวงสิ่งแรกที่ทำเลยครับ ไปโรงแรมที่จองเอาไว้ครับ เราได้จองโรงแรมด้านในเอาไว้ครับเพื่อที่จะดื่มด่ำกับความเป็นโจวจวงให้เต็มที่ครับ
 
ถนนใน โจวจวง
 
หน้าโรงแรมครับ
 
           พวกผมเลือกโรงแรมที่ยังคงความเป็นจีนโบราณเอาไว้ครับ แต่ไม่เอาที่โบราณเกินไปครับ กลัวครับ ไม่ได้กลัวอะไรอย่างว่านะครับ แต่กลัวเรื่องห้องน้ำครับ........อิอิ
 
นี้เป็นด้านในห้องพักครับ
 
มีโต๊ะไว้นั่งเล่น Net ด้วยครับ
 
โคมไฟสวยๆครับ
 
บรรยากาศภายใน โจวจวง
 
           บรรยากาศภายในเมืองโจวจวงนี้ จะมีแม่น้ำอยู่มากมายครับ และในสมัยก่อนเค้าจะเดินทางด้วยเรือครับ แต่สมัยนี้เค้าก็จะมีเรือพายพานักท่องเที่ยวชมเมืองโจวจวงครับ พวกผมนั้นวางแผนกันเอาไว้แล้วครับว่าจะไปลงเรือประมาณช่วงบ่ายๆ ค่อนไปทางบ่าย 4 โมงครับเพราะช่วงนั้นจะไม่ค่อยมีคนเท่าไรครับ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาแบบไม่ค้างคืนที่นี้มีมากครับ พวกนั้นต้องรีบออกจากโจวจวงก่อน 4 โมง จึงเป็นช่วงที่น่าจะมีคนน้อยที่สุดครับ
           สำหรับตอนนี้ เอาไว้ค่อยติดตามต่อนะครับ สำหรับ โจวจวงในตอนที่สองครับ........
 
.......
           หลังจากที่ตอนแรกผมเขียนค้างถึงตอนไปเที่ยว The Lion Forest Garden มาถึงตอนนี้ก็ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว หลังจากเราเที่ยวที่ The Lion Forest Garden เสร็จเราก็เดินออกมาไม่ไกลนักเพื่อไปยังสวนอีกที่นึงซึ่งอยู่ใกล้กันนั้นเอง ชื่อว่า The Humble Administrator's garden ซึ่งค่าบัตรเข้าชมก็คนละ 50 RMB ครับ
 
ตั๋วเข้าชม The Humble Administrator's gardes

            สวนนี้ก็เช่นเดียวกันกับสวนที่แล้วครับ สวนใหญ่จะตกแต่งด้วยหิน แต่สวนนี้มีน้อยกว่าหน่อยครับ แต่มี ดอกไม้สวยดีครับ มีสายน้ำ มีเรือสมัยโบราณ บรรยากาศดีที่เดียวครับ นี้ถ้าวันที่ผมไปฝนไม่ตกละก็ น่าจะได้ภาพที่สวยกว่านี้เป็นแน่เลยครับ และช่วงที่ผมไปนั้นดอกไม้ก็ยังไม่มากเท่าที่ควรครับ เลยอดนึกถึงช่วงที่ดอกไม้บานเต็มไปหมดว่ามันจะสวยขนาดไหนเนี๊ย....
 
ดอกไม้สีขาวดอกเล็กๆตามทางเดิน
มีดอกสีชมพูด้วย
ดอกนี้ขึ้นอยู่ริมน้ำครับ
 
             แต่ก็ยังมีบางมุมที่จัดเป็นสวนหินครับ แต่ไม่ใหญ่เท่ากันสวนที่แล้วครับ แต่ยังไงก็ยังสวยอยู่ดีครับ ดูแล้วนึกถึงสมัยก่อนครับว่าเค้าช่างคิดช่างสร้างนะครับ สมัยก่อนเครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่ได้มีมากมายเหมือนเดี่ยวนี้ แต่สามารถสร้างได้สวยงามที่เดียวครับ

สวนหินในบางมุม
ใบอะไรไม่รู้สวยดีครับ
เป็นทางเดินครับนี้ถ้าอากาศเป็นใจกว่านี้นะ.....
ดอกนี้ถ้าหาดอกที่ดูตูมๆอยู่ คล้ายๆทิวลิปเลยงะ...(คิดไปเอง)
 
         เมื่อมาเที่ยวต่างเมืองสิ่งที่ผมต้องทำการบ้านมาก่อนคือ ที่ที่นั้นมีอาหารอะไรเป็นที่ขึ้นชื่อบ้าง มาแล้วต้องหาโอกาศไปทานให้ได้ และที่ ซูโจว นั้นก็มีเจ้าขาหมูครับ ที่เป็นที่ขึ้นชื่อของที่นี้เลย ร้านนี้ตกแล้วราคาขาละ 50 RMB (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ก็โอเคนะครับ อร่อยดีเลยทีเดียว เพราะผมเป็นคนที่ชอบทานขาหมูด้วย ยิ่งเป็นเนื้อขาว เนื้อติดมันละก็......อร่อยกาบบบบ

ขาหมู อาหารขึ้นชื่อของ "ซูโจว"
 
         เมื่ออิ่มกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มเที่ยวกันต่อครับ เราก็เดินทางไปสวนต่อไปเลยครับ สวนนี้ค่าผ่านประตู 50 RMB ครับ มีชื่อว่า Suzhou Calm Garden ครับ.....


บัตรเข้าชมสวน Suzhou Calm Garden
 
          สำหรับสวนนี้ ผมว่าไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก หรืออาจเป็นเพราะว่าผมไปเห็นในที่ๆ สวยๆมาก่อนแล้วก็เป็นได้ ดอกไม้ก็ไม่มากเท่าที่ควร มีเป็นสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวน นี้ถ้ามาช่วงดอกไม้บานน่าจะดีกว่านี้ แต่วันที่ผมไปก็พอได้ครับ

ดอก ซากุระ ของจีน (ตั้งชื่อให้เองครับ)
มีน้ำตกอยู่มุมนึงของสวนครับ
ภายในมีคล้ายๆศาลเจ้า มีคนไปปกราบไหว้มากมาย
 
          พอตกกลางคืนพวกผมก็ได้นำกระเป๋าไปเก็บที่โรงแรม แต่ระหว่างทางไปโรงแรมพวกเราได้นั่ง Taxi ป้ายดำซึ่งก็โดนหลอกครับ Taxi ไปส่งพวกผมที่ถนนแห่งนึง แล้วบอกว่ารถเค้าไม่สามารถเข้าไปได้ ให้เดินเอาหน่อยประมาณ ไม่กี่ร้อยเมตรเอง ไอ้เราก็ว่าไม่กี่ร้อยเมตรก็โอเคนะ แต่พอเริ่มเดินครับ เดิน.....เดิน........เดิน.......เดิน. เดินไปเรื่อยๆเป็นชั่วโมงครับไม่ถึงซักที พอถึงโรงแรมตกลงระยะทางประมาณเกือบ 2 กิโลเห็นจะได้ นี้ดีนะที่อากาศเย็นสบาย เลยเดินไม่เหนื่อยเท่าไร พอเก็บของเสร็จเราก็เดินอีกแล้วครับ แต่คราวนี้เดินไปถนนคนเดินครับ ไปหาอะไรทานมื่อเย็นที่นั้น ก็ห่างจากโรงแรมพวกผมไม่มากครับ ซักกิโลนึงเห็นจะได้

ถนนคนเดินที่ซูโจว
 
           และเมื่อพวกผมเดินกนจนเหนื่อยแล้วก็เริ่มหาที่พักขาครับ ใช้ครับร้านกาแฟ ซึ่งเกือยทุกทริปที่ผมไปเที่ยวนั้นจะต้องหาร้านกาแฟนั่งทานครับ ก็เป็นอันว่าจบสำหรับวันแรกในซูโจวครับ

กาแฟร้าน Costa ในเมือง "ซูโจว"

        สามารถเข้าไปดูรูปอื่นๆได้ที่นี้ครับ http://akeris.multiply.com/photos/album/73/73